================================================== -->

เล่น สล็อต xo

จบคดีทนายแสบโกง น้องบีม เหยื่อรถเทรลเลอร์ถูกชนจนพิการ ขณะที่พ่อเสียชีวิตเมื่อปี 48 ศาลสั่งจำคุกเพื่อนสาวทนาย 2 ปี 16 เดือน พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2 ล้าน ฐานร่วมกระทำผิด ว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีพรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความ ฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ดญภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ นสภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี สองเพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, เป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กพ2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยมี นสพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และตัวน้องบีม เป็นโจทก์ร่วม มีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม เข้าว่าความ คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม โดยขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จากนั้นจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วม และมีการขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับที่มาคดีนี้ ครอบครัวของน้องบีมประสบอุบัติเหตุถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน เป็นเหตุให้น้องบีมพิการต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ บิดาเสียชีวิต และมารดาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ จสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 ต่อมาศาลจังหวัดไชยา อไชยา จสุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ชนะคดีที่ฟ้องบริษัทดังกล่าว เรียกค่าเสียหายเกือบ 6 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ อดีตทนายความ ได้ฉ้อฉลนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปยื่นขอสละสิทธิ์การบังคับคดี แล้วแอบไปขอรับเงินจากบริษัทดังกล่าว หลังจากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าการขอสละสิทธิ์บังคับคดีไม่ชอบ ให้ออกหมายบังคับคดีเรียกเงินเกือบ 6 ล้านบาทต่อไป ขณะที่คดีอาญา ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้พิพากษาจำคุกนายพิสิษฐ์ฐานฉ้อโกง, เป็นบุคคลที่ได้รับการไว้วางใจกระทำผิดหน้าที่, ปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน อีกทั้งสภาทนายความได้ลบชื่อออกจากสารบบ ห้ามเป็นทนายความ 5 ปี ส่วนนางพรปวีณ์กับ นสภัทรวดีนั้น เป็นผู้นำเอกสารปลอมไปหลอก นสพรทิพย์ ทำนองว่าเป็นตัวแทนของบริษัทคู่กรณีมาขอเจรจาว่า บริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่าย ขอลดหนี้จาก 6 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท ดีกว่าจะบังคับเอาอะไรไม่ได้เลย นางพรทิพย์หลงเชื่อ ฝ่ายจำเลยจึงจ่ายเงินให้ 28 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือทวงถามก็บ่ายเบี่ยง แล้วหนีหายไปในที่สุด จนถูกจับกุมได้และพิพากษาแล้ว เป็นอันปิดคดีน้องบีมที่ต่อสู้กันมา 13 ปี

  • เยี่ยมชมบล็อก:362578
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 265
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-07-26 03:36:26
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

จบคดีทนายแสบโกง น้องบีม เหยื่อรถเทรลเลอร์ถูกชนจนพิการ ขณะที่พ่อเสียชีวิตเมื่อปี 48 ศาลสั่งจำคุกเพื่อนสาวทนาย 2 ปี 16 เดือน พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2 ล้าน ฐานร่วมกระทำผิด ว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีพรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความ ฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ดญภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ นสภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี สองเพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, เป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กพ2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยมี นสพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และตัวน้องบีม เป็นโจทก์ร่วม มีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม เข้าว่าความ คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม โดยขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จากนั้นจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วม และมีการขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับที่มาคดีนี้ ครอบครัวของน้องบีมประสบอุบัติเหตุถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน เป็นเหตุให้น้องบีมพิการต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ บิดาเสียชีวิต และมารดาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ จสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 ต่อมาศาลจังหวัดไชยา อไชยา จสุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ชนะคดีที่ฟ้องบริษัทดังกล่าว เรียกค่าเสียหายเกือบ 6 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ อดีตทนายความ ได้ฉ้อฉลนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปยื่นขอสละสิทธิ์การบังคับคดี แล้วแอบไปขอรับเงินจากบริษัทดังกล่าว หลังจากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าการขอสละสิทธิ์บังคับคดีไม่ชอบ ให้ออกหมายบังคับคดีเรียกเงินเกือบ 6 ล้านบาทต่อไป ขณะที่คดีอาญา ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้พิพากษาจำคุกนายพิสิษฐ์ฐานฉ้อโกง, เป็นบุคคลที่ได้รับการไว้วางใจกระทำผิดหน้าที่, ปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน อีกทั้งสภาทนายความได้ลบชื่อออกจากสารบบ ห้ามเป็นทนายความ 5 ปี ส่วนนางพรปวีณ์กับ นสภัทรวดีนั้น เป็นผู้นำเอกสารปลอมไปหลอก นสพรทิพย์ ทำนองว่าเป็นตัวแทนของบริษัทคู่กรณีมาขอเจรจาว่า บริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่าย ขอลดหนี้จาก 6 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท ดีกว่าจะบังคับเอาอะไรไม่ได้เลย นางพรทิพย์หลงเชื่อ ฝ่ายจำเลยจึงจ่ายเงินให้ 28 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือทวงถามก็บ่ายเบี่ยง แล้วหนีหายไปในที่สุด จนถูกจับกุมได้และพิพากษาแล้ว เป็นอันปิดคดีน้องบีมที่ต่อสู้กันมา 13 ปี

ที่เก็บบทความ

2015(245)

2014(587)

2013(103)

2012(261)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Jiangsu Express

เล่น สล็อต xo, คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่? วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร เป็นไงครับก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง แต่ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า สาหัส สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บังเอิญวานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช ตั้งเป้าไว้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ ครับประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร? ปปชเขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ๑สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ก็ว่ากันไป แต่มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ คำตอบจากปาก ปปชคือ ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า! วงเสวนาดันผู้ว่าฯ มาจากการเลือกตั้ง จรัส ยกงานวิจัยยุบรวมราชการส่วนภูมิภาคเป็น อปทรูปแบบพิเศษคล้าย กทม ระบุช่วยลดซ้ำซ้อน-งบประมาณ-พัฒนาตรงจุด ถวิล ชี้ผู้ว่าฯ แต่งตั้งไม่ใช่คนท้องถิ่นขาดความต่อเนื่องทำแผนพัฒนาสะดุด อาจารย์มธแนะถอนรากถอนโคน เริ่มนำร่องจังหวัดปริมณฑลก่อน ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ วันที่ 23 สิงหาคม มีการจัดโครงการสัมมนาระดมปัญญา ครั้งที่ 11 โดยศูนย์ศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มธรรมศาสตร์ และมูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แนวคิด ทิศทาง และความเป็นไปได้ โดยนายจรัส สุวรรณมาลา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการศึกษาของงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าที่ผ่านมาการเมืองระดับชาติหรือนโยบายของพรรคการเมืองแต่ละพรรคไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวทางการพัฒนาในอนาคตคือการยกระดับให้จังหวัดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท) รูปแบบพิเศษ ตามกฎหมาย แต่ละจังหวัดมีลักษณะคล้ายกับกรุงเทพมหานคร แบ่งการปกครองเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ส่วนกลางและระดับเทศบาล ซึ่งเป็นอปทท้องถิ่นระดับล่าง พร้อมแบ่งงบประมาณเป็น 2 ส่วน โดยจังหวัดสามารถทำข้อตกลงและเสนองบประมาณอุดหนุนแก่เทศบาลได้ ต้องมีการยุบรวมระบบราชการส่วนภูมิภาคและ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ) เข้ามาในโครงสร้างจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โครงสร้างการบริหารประกอบด้วย ผู้ว่าฯ สภาจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการบริหารจังหวัดปกครองตัวเอง (ส่วนกลาง) คณะกรรมการประสานแผนพัฒนาจังหวัด สภาพลเมือง และคณะกรรมการตรวจสอบจังหวัด การจัดการดังกล่าวสามารถลดความซ้ำซ้อนของแต่ละหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งเชิงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ จากการวิจัยพบว่าสามารถช่วยลดงบประมาณในการบริหารจัดการได้ ทำให้มีเอกภาพและขีดความสามารถมากขึ้น สามารถแก้ปัญหาด้วยตนเองได้ โดยไม่ต้องรอหน่วยงานจากรัฐบาลกลาง และเป็นการดึงศักยภาพของจังหวัดที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างเต็มที่ และเป็นการปลดล็อกการพัฒนาประเทศที่ติดหล่ม นายจรัสกล่าวว่า ร่าง พรบการบริหารจังหวัดปกครองตัวเอง พศ ระบุภารกิจที่จังหวัดไม่ต้องทำ เรื่องการศาล ป้องกันประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติซึ่งอยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ทันทีได้คือการปรับตัวของข้าราชการ อย่างไรก็ดี ผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ข้าราชการที่ควบคุมอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ และงบประมาณจากส่วนกลาง ซึ่งเขาเหล่านี้จะต่อต้านเนื่องจากเสียประโยชน์ ด้านนายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต สสพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา อปทยังรู้สึกว่าตนเองเสียเปรียบ หากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ยึดโยงกับส่วนกลาง เนื่องจากยึดโยงกับงบประมาณ เพราะกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้บริหารจัดการงบประมาณก่อนลงมาสู่ท้องถิ่น ขณะที่โครงสร้างเจ้าหน้าที่ส่วนกลางของเรามีถึง 3,000,000 ล้านคน เจ้าหน้าที่ อปทมีเพียง 500,000 คน ขณะที่ประเทศที่มีการกระจายอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพอย่างอังกฤษและญี่ปุ่นกลับมีจำนวนเจ้าหน้าที่ส่วนกลางเพียง 500,000 คน ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ อปทประมาณ 2,000,000 คน ซึ่งสวนทางกับประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ตราบใดที่การบริหารเป็นแบบเดิม การสร้างความเจริญให้กับท้องถิ่นเป็นไปได้ยาก ตัวผู้ว่าราชการจังหวัดเองคงทราบ เนื่องจากการดำรงตำแหน่งขาดความต่อเนื่อง อยู่อย่างมากก็ 3 ปี บางรายหากไม่ใช่คนท้องถิ่น เพียงทำความรู้จักกับประชาชนและความคุ้นเคย ก็ใช้เวลาถึง 2 ปีแล้ว จึงทำให้แผนพัฒนาจังหวัดไม่สามารถใช้ได้ แต่ถ้ามาจากการเลือกตั้ง นอกจากความร่วมมือที่จะได้รับจากภาคประชาชนอย่างดีแล้ว อายุการทำงานอย่างน้อย 4 ปี ทำให้สามารถวางแผนพัฒนาได้ และเชื่อว่าโอกาสการแก้ปัญหาของประชาชนในท้องที่อย่างมีประสิทธิภาพจะเกิดไม่ได้ หากมีการบริหารส่วนภูมิภาคซ้อนการทำงานของ อบตอยู่ นายถวิลกล่าว ขณะที่นายศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ มธรรมศาสตร์ กล่าวว่า โครงสร้างราชการของไทยนั้นหยั่งรากลึกมาเป็นร้อยปี ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ นั้น เป็นการขุดรากถอนโคนสิ่งที่มีอยู่มาตั้งแต่สมัย ร5 เป็นการจัดการกับโครงสร้างราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งเจ้าหน้าที่ในส่วนนี้ต้องได้รับการผ่องถ่ายไปเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือส่วนกลาง ซึ่งต้องพบการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหมู่เจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาคด้วยกัน รวมถึงกรณีอื่นๆ อาทิ ด้านการศึกษา ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสาธารณสุข ในแต่ละพื้นที่ ในบรรยากาศการเมืองขณะนี้ ผมไม่แน่ใจว่าการดันเรื่องดังกล่าวให้กลายเป็นที่สนใจของสังคมจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน หากเราต้องการผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง ควรมีการเริ่มโครงการนำร่อง โครงการจังหวัดจัดการตัวเอง ซึ่งควรเริ่มจากจังหวัดในเขตปริมณฑล เนื่องจากพื้นที่รอยต่อของจังหวัดเหล่านี้มีความกลมกลืนกับ กทมอยู่แล้ว หากประสบผลสำเร็จ ค่อยขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป นายศุภสวัสดิ์กล่าวว่า บนพื้นฐานการกระจายอำนาจที่มีอยู่ ทำไมเราไม่คิดถึงการถ่ายโอนภารกิจให้ลงสู่ อบจ หรือเทศบาลให้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจเป็นช่องทางหนึ่งในการขับเคลื่อนความเป็นประชาธิปไตยในท้องถิ่น อีกส่วนคือการป้องกันไม่ให้มีส่วนราชการใหม่เกิดขึ้นในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อย่างล่าสุดกับสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่มีมาตรการควบคุมหรือถ่วงดุลส่วนราชการเหล่านี้ให้ขยายตัวในระดับพื้นที่ จุดยืนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐที่ปฏิบัติมาแต่ปี 2543 ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบันจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการฟ้องร้องดำเนินคดี รวมถึงจากกระบวนการดำเนินคดีทางอาญา และในทางทฤษฎีแม้ประธานาธิบดีอาจถูกสภาคองเกรสถอดถอนได้ แต่ความเป็นไปได้นี้ก็น้อยมาก เนื่องจากรีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในสภา และพรรคเดโมแครตก็รู้ดี โดยหวังพึ่งผลการสอบสวนของอัยการพิเศษ โรเบิร์ต มุลเลอร์ ที่กำลังสอบสวนคำกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐและทีมงานของทรัมป์สมรู้ร่วมคิดด้วย“เอ็กซิมแบงก์” โอดส่งครามการค้าทุบส่งออกไทยครึ่งปีหลังโตแผ่วเหลือ 7% 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 11:16 น

การลงโทษด้วยการประหารชีวิตเป็นประเด็นร้อนทุกครั้งเมื่อมีเหตุฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์และตำรวจจับคนร้ายได้ เช่น ฆ่าข่มขืน ฆ่าชิงทรัพย์ ฆ่าเพราะหึงหวง ฯลฯ โดยฝ่ายหนึ่ง ได้แก่ ครอบครัว ญาติพี่น้องและสังคม เรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิต แม้ทรัมป์จะยืนกรานอย่างขึงขังว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่เคต เบลินสกี ผู้เชี่ยวชาญด้านเงินทุนหาเสียงจากบริษัทกฎหมาย นอสซาแมน กล่าวว่า ทั้งทรัมป์และทีมงานหาเสียงของเขาคาดคะเนได้เลยว่าจะมีการยื่นฟ้องร้องโดยพลเมืองต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางตามมาแน่นอน คิดว่าประเทศไทยโกงกันน้อยลงบ้างหรือไม่? วานนี้ (๒๓ สิงหาคม) ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิลยูซี) เปิดผลสำรวจที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ที่จัดทำขึ้นทุก ๒ ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม ๕๒๒ ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า ๔๘% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี ๒๕๕๙ ที่อยู่ที่ ๒๖% การยักยอกสินทรัพย์ ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น ๖๒% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๔๕% การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น ๔๐% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ ๒๘% ผลสำรวจบอกชี้ว่ามีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้น ยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว แต่ก็มีดีอยู่บ้างตรงที่ว่า กว่า ๗๑% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร เป็นไงครับก่อนนี้เชื่อกันว่าภาคเอกชน โกงน้อยกว่าภาครัฐมาก ใครๆ ก็พากันมองว่า ภาครัฐเป็นตัวถ่วง แต่ตัวเลขปรากฏออกมาเช่นนี้ พูดได้คำเดียวว่า สาหัส สอบตกทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน บังเอิญวานนี้เช่นกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนา หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช ตั้งเป้าไว้ชัดว่า ประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ให้ได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ภายในปี ๒๕๖๔ ในปี ๒๕๖๔ ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ผมอาจจะต้องรับผิดชอบ ครับประกาศเอาไว้แบบนี้ ก็คงลุ้นกันล่ะครับว่า อีก ๓ ปีข้างหน้า การโกงในประเทศไทย จะลดฮวบฮาบได้จริงหรือไม่ ค่า CPI ของไทยวันนี้อยู่ที่ ๓๗ คะแนน คำถามคือจะทะยานขึ้นไปได้อย่างไร? ปปชเขาวางยุทธศาสตร์ไว้ครับ มีทั้งสิ้น ๖ ยุทธศาสตร์ คือ ๑สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ๒ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต ๓สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย ๔พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก ๕ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต ๖ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ก็ว่ากันไป แต่มันถูกลบล้างหมด เพราะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องนาฬิกาเพื่อน ของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ คำตอบจากปาก ปปชคือ ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า! นี่ก็เข้าปีที่ ๕ แล้ว ก็ยังไม่เคยได้ยินใครชี้หน้าว่า นายกฯ ประยุทธ์โกง ซักคำ

อ่าน(326) | แสดงความคิดเห็น(485) | ส่งต่อ(898) |

ก่อนหน้านี้:777ww1️⃣M98

ต่อไป:ufa6666 com default8 aspx lang en gb 1️⃣2021

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

กษัตริย์ได้อย่างง่ายดาย 2021-07-26

ความรักเล็กๆน้อยๆของเดือนเกาะ เสี่ยมืด-สุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล ไม่ค่อยเห็นตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ได้หายหน้าไปไหน ไปทำงานชาวบ้าน ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งไปร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันของผู้นำชุมชนท้องถิ่น เต็มไปด้วยสมาชิก อบต ผู้นำหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เห็นว่ามีการแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง ทั้งปัญหาในชุมชน ท้องถิ่น ปัญหาด้านการเกษตร การศึกษา แหล่งน้ำ ไปจนปัญหาสังคมในชุมชน เดอะมืด ในฐานะคนการเมือง เลยถูกเชิญไปพูดคุยแลกเปลี่ยนด้วย เลยร่ายเป็นฉากๆ ที่ชาวบ้านอยากกลับมาเลี้ยงพร้อมกับอนุรักษ์ควายไทยนั้น ที่ชาวบ้านอยากทำเป็นเรื่องดี แต่วันนี้พื้นที่แถววังน้ำเขียว ก็เห็นอยู่ หลายพื้นที่ถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว จะให้ควายไปกินหญ้า กินพืช ก็หวั่นอีกว่าพวกหญ้าเต็มไปด้วยยาฆ่าแมลงหรือเปล่า ไม่เฉพาะสัตว์ที่กินไปแล้วน่าจะเป็นอันตราย ตอนฝนตกชะล้างไหลลงบ่อน้ำ แหล่งน้ำทำกินของเกษตรกร ชาวบ้านก็เป็นอุปสรรค เดือดร้อนกันอีก แล้วเราจะทำอย่างไร ขอให้ร่วมแลกเปลี่ยนกัน เรื่องการศึกษาวันนี้เราจะทำอย่างไร คนมีเงินก็ส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนดีๆ และอุปกรณ์ เครื่องมือการสอน การสื่อสาร ตามโรงเรียนข้างนอก ก็ไม่เท่าเทียมกัน เรื่องนี้จะทำอย่างไร สุระพูดยาวตามประสานักจ้อ หนึ่งในสมาชิกที่มาฟัง จังหวะจะแลกเปลี่ยนต่อ เลยเอ่ยแซว แหมท่านโฆษกฯ ข้อมูลดีเยี่ยม แต่ไม่รู้อย่างเดียว วันนี้ลูกเมียไปอยู่ไหน เดอะมืด เลยบอกอย่างอารมณ์ดี พอแลกเปลี่ยนกันจบ มีสมาชิกบางคนมาถาม ท่านๆ ตกลงลูกเมียท่านไปอยู่ไหน เมียพาลูกหนี เขาหนีไปหรือ ไอ้เราเลยต้องบอกลูกเมียอยู่ไหน หมายถึงผมยังไม่มีลูกไม่มีเมีย ไม่ได้ว่าเขาหนีไป ไขความกระจ่าง ทำให้เข้าใจตรงกัน ไม่อย่างนั้นถูกเข้าใจผิด ท่านโฆษกฯ ลูกเมียหนีไปแล้ว แย่เลย(ฮ่าๆ)

ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานปปชตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม นาฬิกาป้อม คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดย พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ปปชจะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่ พลตอวัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่ เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ปปชจะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พลตอวัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ปปชเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ปปชยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ปปช ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย ประธาน ปปชกล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯปปช ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ปปช ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ปปช กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ปปชคาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปชอ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พย2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่อนุกรรมการ ปปชอุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครมให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ นายสุเทพกล่าว นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ปปชชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น

Hei Nai Hu Meng 2021-07-26 03:36:26

เห็นรัฐบาลผ่านๆ มา ดีแต่โม้ด้วยลีลาหมุนอัดเกลียวสามรอบกลางอากาศว่างเปล่าบ้าง

จินจิงกงจีสิ่ว 2021-07-26 03:36:26

เราอย่าไปคิดอะไรที่แบบตกขอบ มองข้ามประเด็นส่วนรวม อะไรที่เป็นวาระแห่งชาติ อะไรเพื่อคนไทย เพื่อประเทศไทย เราก็จะต้องมีบทบาทร่วมกัน ในการช่วยส่งเสริม ช่วยตรวจสอบแก้ผิดให้เป็นถูก หาทางออกร่วมกัน ถ้าโจมตีอย่างเดียวเราอย่าทำตัวกันเป็นจระเข้ขวางคลอง หรือไม่ก็ปิดหู ปิดตา คัดค้านตลอดเวลา โดยไม่ชั่งน้ำหนัก พลอประยุทธ์ กล่าวไว้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2560 ในรายการศาสตร์พระราชา, ใครว่าโกงลดลง! พีดับเบิ้ลยูซีเผยผลสำรวจอาชญากรรมและทุจริต พบว่าบริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% ยักยอกทรัพย์มาเป็นอันดับ 1 สะท้อนการป้องกันมีช่องโหว่ ด้านประธานปปชตั้งเป้าหรู ค่า CPI ไทยต้องได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หากไม่ได้อาจต้องรับผิดชอบ แต่พอถาม นาฬิกาป้อม คำตอบคือยังไม่ได้รับรายงาน นายวรพงษ์ สุธานนท์ หุ้นส่วนสายงาน ฟอร์เรนซิค เซอร์วิส บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (พีดับเบิ้ลยูซี) เปิดเผยผลสำรวจอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการทุจริตประเทศไทย ปี 61 ที่จัดทำขึ้นทุก 2 ปี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 522 ราย ทั้งบริษัทจดทะเบียน (บจ) บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทในไทยกว่า 48% เป็นเหยื่อการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สูงกว่าปี 59 ที่อยู่ที่ 26% โดยพบว่าการยักยอกสินทรัพย์ยังเป็นการทุจริตที่พบมากที่สุด คิดเป็น 62% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 45%, การประพฤติผิดทางธุรกิจของไทย คิดเป็น 40% สูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 28% และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้า อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จะกลายเป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด ทั้งนี้ มีบริษัทส่วนน้อยเท่านั้นยอมรับว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในองค์กร สะท้อนให้เห็นว่านโยบายป้องกันการทุจริตในองค์กรยังมีช่องโหว่ กลายเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีการแสวงหาประโยชน์จากความไม่ชัดเจนของนโยบายดังกล่าว โดยตัวเลขที่สูงขึ้น แม้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภาคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้ตรวจจับได้ยาก แต่ถือว่าเป็นสัญญาณบวกของประเทศไทย หากทุกองค์กรในประเทศไทยเริ่มตระหนักถึงความเสี่ยงด้านการทุจริตและตรวจพบเหตุทุจริตได้เพิ่มขึ้น สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทุจริตที่ตรวจพบได้เท่านั้น แต่ช่วยให้บริษัทเห็นถึงจุดบอดที่มีการทุจริตซ่อนอยู่ เพื่อป้องกันการทุจริตในองค์กร และกว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าบริษัทพยายามปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจในระดับปานกลางถึงระดับมาก เพื่อป้องกันการทุจริตหรืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดจากคนภายในองค์กร โดยมีเพียง 23% ที่มองว่าบริษัทให้ความสำคัญมากกับการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของพนักงาน แม้กว่า 70% ของการทุจริตร้ายแรงสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับองค์กรจะมาจากพนักงานก็ตาม โดยทุกบริษัทต้องจัดการควบคุมและป้องกัน ผ่านการพัฒนาบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ และลงทุนในเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหาร และหุ้นส่วน พีดับเบิ้ลยูซี ประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทในประเทศไทยมีความเข้าใจถึงผลกระทบของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่มีต่อขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจในเวทีโลก และความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้นกว่าในอดีต โดยทุกภาคส่วนมีการหารือกันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นผลดีต่อการดำเนินธุรกิจและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ที่โรงแรมเซ็นทราบายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) จัดโครงการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับชาติ หัวข้อ การผลักดันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สู่ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต โดย พลตอวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ปปช กล่าวว่า เราตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องเพิ่มระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ให้ได้มากกว่าร้อยละ 50 ภายในปี 2564 โดยผลักดันด้วย 6 ยุทธศาสตร์ คือ สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนค่า CPI ของประเทศไทย ทั้งนี้ ปปชจะต้องผสานพลังกับทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ยุทธศาสตร์ฯ บรรลุเป้าหมายคือสร้างสังคมใสสะอาดยิ่งขึ้น ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษเรื่อง การผสานพลังสร้างประเทศไทยใสสะอาด ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีค่า CPI อยู่ที่ 37 คะแนน เราจำเป็นต้องทะยานขึ้นไปให้ได้คะแนนมากกว่านี้ โดยรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตั้งเป้าว่า ปี 2564 ค่า CPI ของไทยควรจะอยู่ที่ 50 คะแนน สูงกว่านั้นยิ่งดี การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภัยที่เกิดจากปัจจัยภายในของเราเอง เหมือนสนิมเหล็ก ถ้าประเทศชาติคือเหล็ก สนิมอันดับแรกอาจจะเป็นการแตกแยกความสามัคคี และสนิมอันดับสองก็คือการทุจริต ซึ่งในที่สุดเหล็กก็จะกร่อนไปประเทศก็จะพังทลาย จึงมีความจำเป็นที่จะกำจัดสนิม รองนายกฯ กล่าวว่า การจะปลูกจิตสำนึกให้คนไม่ทนต่อการทุจริตได้นั้นเป็นเรื่องยาก โดยจะต้องอดทน และเราควรมีความเพียรที่มีกลยุทธ์ มีวิธีการที่ชาญฉลาด เหมือนพระมหาชนก เหมือนการช่วยเหลือหมูป่า 13 ชีวิต แต่หากเราท้อแท้ ถดถอย ก็ไม่มีโอกาสสำเร็จ หากเราอดทน งานก็จะสัมฤทธิผล เรื่องนี้เป็นความเดือดร้อนของคนทั้งชาติ ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ขณะที่ พลตอวัชรพลกล่าวว่า การจะให้ได้ค่า CPI อยู่ที่ 50 คะแนนในปี 2564 นั้น เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากในปี 2564 ค่า CPI ไม่เป็นไปตามเป้า ตนอาจจะต้องรับผิดชอบ ซึ่งวันนี้คิดว่าประชาชนคนไทยเริ่มตื่นรู้เรื่องการทุจริตมากขึ้น และจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าจะเป็นระลอกคลื่นที่มีพลังมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตั้งชมรม STRONG ในทุกจังหวัด จังหวัดละ 100 คน เพื่อทำกิจกรรมรณรงค์ต้านการทุจริตในพื้นที่ เขากล่าวว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่ ปปชจะเป็นหน่วยงานแรกที่ยื่นผ่านอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พลตอวัชรพลยังให้สัมภาษณ์กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทนและแฟลตตำรวจ เฟซบุ๊กไลฟ์เปิดเผยข้อมูลที่ได้ชี้แจงต่อ ปปชเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าเป็นความต้องการของผู้ถูกกล่าวหาที่พยายามจะสื่อสารออกไป แต่กรรมการ ปปชยืนยันว่า เราวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่ได้มองว่าถูกดิสเครดิต หากเห็นว่ามีประเด็นที่กระทบต่อการทำงานของ ปปช ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับมาวินิจฉัย ประธาน ปปชกล่าวถึงความคืบหน้าการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีนาฬิกาหรูของ พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ว่ายังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า เรื่องนี้จะต้องถามเลขาฯปปช ล่าสุดทราบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปขอข้อมูลกับบริษัทนาฬิกาที่ต่างประเทศผ่านสถานทูตไทย เรื่องนี้จะจบได้เมื่อไหร ก็ขึ้นอยู่กับคำตอบที่ได้รับ และการวินิจฉัยของกรรมการ ปปช ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาฯ ปปช กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาในต่างประเทศยังไม่ได้ส่งรายละเอียดนาฬิกาที่ขอไปมาให้เราแต่อย่างใด และต้องยอมรับว่าการขอข้อมูลจากต่างประเทศนั้นมักจะล่าช้า และไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขเรื่องเวลากับทางบริษัทนาฬิกาได้ แต่ ปปชคาดการณ์ว่าภายใน 2 เดือนนับจากนี้ ผลการตรวจสอบจะชัดเจนมากขึ้น จนอาจนำไปสู่การสรุปสำนวนและชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ วันเดียวกันนี้ นายสุเทพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้งกรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ปปชอ้างหนังสือของสำนักงบประมาณ ฉบับวันที่ 27 พย2551 ว่า หนังสือสำนักงบฯ ดังกล่าวพูดถึงแผนการใช้งบประมาณก่อสร้าง และไม่มีส่วนใดที่พูดถึงวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ นำไปอ้างว่า สำนักงบฯ ให้ความเห็นต้องจัดซื้อจัดจ้างด้วยการกระจายไปยังหน่วยงานในสังกัด สตช ตามพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้าง ฉะนั้นต้องปฏิบัติตามมติ ครม แต่เมื่อตนได้อนุมัติให้ทำแบบสัญญาฉบับเดียว จึงถือว่าฝ่าฝืนมติ ครม ถ้าใครอ่านหนังสือราชการก็เข้าใจ ไม่ซับซ้อนอะไร แต่อนุกรรมการ ปปชอุตส่าห์เอาประเด็นนี้มาตั้งเป็นข้อกล่าวหาผมว่ามติ ครมให้ทำตามสำนักงบฯ สำนักงบฯ มีความเห็นเรื่องวิธีการจัดจ้างเอาไว้ เพราะฉะนั้นผมต้องดำเนินการตามวิธีจัดจ้างตามสำนักงบฯ นายสุเทพกล่าว นายสุเทพกล่าวอีกว่า ตนได้นำหนังสือของสำนักงบฯ ฉบับดังกล่าวไปแสดงต่อคณะกรรมการ ปปชชุดใหญ่ และชี้แจงว่าส่วนแรกของหนังสือเป็นข้อความที่เท้าความเดิมว่าโครงการนี้เป็นมาอย่างไร ใครคิดอย่างไร และบอกด้วยว่าสำนักงบฯ มีหน้าที่พิจารณาเฉพาะเรื่องวงเงินงบประมาณจะใช้ในโครงการเท่านั้น。 ในการให้สัมภาษณ์ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์กล่าวเตือนด้วยว่า เศรษฐกิจของสหรัฐจะพังพินาศหากเขาโดนถอดถอนออกจากตำแหน่ง ทุกคนจะยากจน เขายังคุยว่าเศรษฐกิจสหรัฐก้าวหน้า การจ้างงานมากขึ้นในยุคสมัยของเขา แต่หากนางฮิลลารี คลินตัน เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 เศรษฐกิจสหรัฐจะเลวร้ายกว่านี้ ผมไม่รู้ว่าคุณจะถอดถอนคนที่ทำงานอย่างยอดเยี่ยมได้อย่างไร ทรัมป์คุย。

โปรไฟล์ของจักรพรรดิกงหยวน 2021-07-26 03:36:26

เตือนไว้ก่อน โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า หากเขาโดนถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี เศรษฐกิจของสหรัฐจะพังพินาศแน่นอน อีกด้านยังยอมรับเต็มปากว่าเงินที่จ่ายเพื่อปิดเรื่องอื้อฉาวนอนกับดาวโป๊และนางแบบเพลย์บอยนั้นเป็นเงินของเขาเอง จึงไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง, กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง。ล่าชื่อถอด กต ทะลุเป้า ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

จักรพรรดิฮั่นเฉิง 2021-07-26 03:36:26

บิ๊กตู่ ไม่ปลื้มค้านโทษประหาร เผือกร้อน 7 ว่าที่ กสม ในมือ สนช 24 สิงหาคม พศ 2561 เวลา 00:01 น , ญาติร้องหลานชายทหารเกณฑ์ถูกซ้อมในค่ายทหาร ก่อนถูกหามเข้าห้องไอซียู รพอานันทมหิดล หมอเผยโอกาสรอดแค่ 30% หัวใจหยุดเต้น 2-3 ครั้งต้องปั๊มช่วย ผบทบแจงเป็นเรื่องพลทหารทะเลาะกันเอง ยันระบบซ่อมไม่มีอีกแล้ว ด้าน ผบกองพันเผยสั่งขังคนทำผิดพร้อมพาญาติเข้าแจ้งความ แต่ยอมรับดูแลลูกน้องไม่ดี เพจเฟซบุ๊ก บิ๊กเกรียน เปิดเผยว่า นายคชา พะชะ อายุ 22 ปี เป็นทหารเกณฑ์ ถูกทหารรุ่นพี่ 3 คนซ้อมในค่าย อาการปางตาย ถูกส่งตัวด่วนเข้าห้องไอซียู รพอานันทมหิดล จลพบุรี เมื่อคืนวันที่ 21 สค โดยแม่ของพลทหารคชาเล่าว่า มีเพื่อนทหารแอบโทรมาบอกว่าลูกชายถูกทหารรุ่นพี่ทำร้าย จึงติดต่อไปยังผู้บังคับบัญชา ทราบว่าได้ควบคุมตัวทหารที่ทำร้ายไว้แล้ว ต่อมา นสกาญจนาภรณ์ สีหะวงค์ น้าสาวของนายคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จลพบุรีให้รายละเอียดว่า เมื่อเวลา 2200 น วันที่ 21 สค ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์ติดต่อนางรุ่งฤดู สีหะวงค์ อายุ 45 ปี แม่พลทหารคชา ว่าลูกชายถูกนำส่ง รพอานันทมหิดล เนื่องจากมีอาการน็อกระหว่างออกไปซ้อม หลังจากนั้นไม่กี่นาทีก็มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งว่า พลฯ คชาหัวใจหยุดเต้น ซึ่งแพทย์ได้ปั๊มหัวใจมา 15 นาทีแล้ว ญาติจะอนุญาตให้ปั๊มหัวใจต่อหรือไม่ เพราะอาจจะเกิดเหตุซี่โครงหักได้ จึงได้แจ้งไปว่าให้ปั๊มจนกว่าหัวใจจะเต้น จากนั้นทุกคนก็เดินทางจากบ้านพักใน อศรีราชา จชลบุรี ไปยัง รพถึงราว 6 โมงเช้า พบว่าพลฯ คชาอยู่ในห้องไอซียูและใส่เครื่องช่วยหายใจ แพทย์แจ้งว่าโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ และให้แม่ทำใจ ถ้าฟื้นขึ้นมาอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะสมองขาดออกซิเจนนาน เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นไป 2-3 ครั้ง ตอนมาถึงโรงพยาบาลก็มีอาการไตวายด้วย นสกาญจนาภรณ์กล่าวว่า ในช่วงสายได้มีนายทหารยศพันโทโทรศัพท์ติดต่อมา ยอมรับว่าหลานชายไม่ได้น็อกไปเอง แต่มีพลทหารรุ่นพี่ 3 คนทำการซ่อม และได้จับทั้ง 3 คนขังคุกทหารแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินคดีอะไร เบื้องต้นทั้ง 3 คนรับสารภาพว่าซ่อมรุ่นน้องจริง นายทหารคนดังกล่าวยังบอกว่าจะรักษาและดูแลเต็มที่ แต่ไม่อยากให้เป็นข่าว หลังจากนั้นญาติจึงได้พลิกร่างพลฯ คชา พบว่าบริเวณหน้าอกและเอวมีรอยช้ำบวม น้าของพลฯ คชายังระบุว่า เวลาต่อมาได้มีทหารมาที่ห้องไอซียู ห้ามทุกคนถ่ายภาพพลฯ คชา และจนถึงขณะนี้ อาการของ พลฯ คชายังทรงตัว ทำให้ครอบครัวร้อนใจอยากย้ายโรงพยาบาล แต่ก็มีนายทหารพยายามเกลี้ยกล่อมให้อยู่ต่อ ตนจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ และเร่งรัดพาหลานชายไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน สำหรับพลฯ คชา มีภรรยาแล้ว มีลูกสาว 1 คน และขณะนี้ภรรยากำลังตั้งท้องคนที่ 2 เข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จลพบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 พลอเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่ใช่เป็นการซ่อม เท่าที่ทราบเป็นการวิวาทกันระหว่างพลทหารด้วยกันและบาดเจ็บ ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ยืนยันว่าระบบซ่อมต่างๆ ไม่มีแล้ว อาจจะเป็นไปได้คนอยู่ด้วยกันทุกวันอาจทะเลาะเบาะแว้งชกต่อยกัน เป็นเรื่องเฉพาะตัวซึ่งหน่วยก็ดำเนินการไปแล้ว ส่วนกรณีญาติไปร้องนายกรัฐมนตรีนั้น ตนจะตรวจสอบรายละเอียดให้ ไม่ต้องกังวล เรื่องเหล่านี้เป็นนโยบาย เรื่องการซ่อม การทำร้ายร่างกาย ที่ผ่านมาอาจจะมีบ้างที่มีความขัดแย้งในกลุ่มทหารด้วยกันเอง แต่ถ้าใครผิดก็ดำเนินการทั้งวินัยและอาญา ขณะที่ พทมลชัย ยิ้มอยู่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จลพบุรี กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ก็ได้นำพลทหารคชาส่งโรงพยาบาล ตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ ส่วนผู้ที่กระทำความผิด คือพลทหารด้วยกันเอง 3 นาย ในฐานะที่ตนเป็นผู้บังคับกองพันก็ไม่ได้ปิดบังความผิดตั้งแต่ต้น ซึ่งสามารถจับตัวผู้กระทำความผิดได้ และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญา โดยขณะนี้การดำเนินการทางวินัยได้สั่งลงโทษพลทหารทั้ง 3 นายไปแล้ว รวมถึงนายสิบเวรที่กำกับดูแลพลทหารเหล่านั้นด้วย ส่วนโทษทางอาญาเป็นคดีทำร้ายร่างกาย ได้พาครอบครัวไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองลพบุรี เรียบร้อยแล้ว และครอบครัวของพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ได้เจอตัวลูกชายของเขาแล้ว พลทหารทั้ง 3 นายได้สารภาพว่าเป็นผู้กระทำ โดยเป็นการทะเลาะวิวาทกันระหว่างพลทหารด้วยกันเอง สิ่งที่ดำเนินการที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่ได้ปกปิดการกระทำของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง และครอบครัวพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บก็ขอบคุณที่ดูแลลูกชายเขาเป็นอย่างดี แต่ในฐานะที่ผมเป็นผู้บังคับกองพันก็ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าดูแลลูกน้องไม่ดี พทมลชัยกล่าว。 คนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพอีกจำนวนหนึ่งเลือกที่จะเป็น ผู้ประกอบการ เอง เพราะมีความเป็นอิสระมากกว่า สามารถลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ตอบโจทย์ของชีวิตยุคดิจิตัลได้มากกว่า。

ฮุยจง ลี บยองชาง 2021-07-26 03:36:26

จบคดีทนายแสบโกง น้องบีม เหยื่อรถเทรลเลอร์ถูกชนจนพิการ ขณะที่พ่อเสียชีวิตเมื่อปี 48 ศาลสั่งจำคุกเพื่อนสาวทนาย 2 ปี 16 เดือน พร้อมชดใช้ค่าเสียหายกว่า 2 ล้าน ฐานร่วมกระทำผิด ว่าที่ พตสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีพรรคพวกของนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ อดีตทนายความ ฉ้อโกงเงินชดใช้ค่าเสียหายของ ดญภัทรดา แก้วผ่อง หรือน้องบีม ที่ต้องพิการเพราะถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน ว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนางพรปวีณ์ ชูแก้ว กับ นสภัทรวดี หรือฐิตาภา สวัสดี สองเพื่อนสาวของนายพิสิษฐ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม, เป็นผู้สนับสนุนบุคคลอื่นฉ้อโกงโดยกระทำผิดหน้าที่กับจำเลยที่ 1 และในฐานฉ้อโกงกับจำเลยที่ 2 พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน เหตุเกิดวันที่ 19 กพ2557 ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยมี นสพรทิพย์ จันทรัตน์ มารดาของน้องบีม และตัวน้องบีม เป็นโจทก์ร่วม มีทนายความอาสาจากสภาทนายความ ที่ตนกับนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้าทีม เข้าว่าความ คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 เสนอชดใช้เงิน 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม โดยขอให้ถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อให้คดีอาญาระงับไปเฉพาะจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่คัดค้าน จากนั้นจำเลยที่ 2 ก็นำเงินสดมามอบให้โจทก์ร่วม และมีการขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1 ศาลพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ มีเหตุลดโทษ จึงให้คงจำคุกรวม 2 ปี 16 เดือน และให้ชดใช้เงิน 981,100 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และ 1,405,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับที่มาคดีนี้ ครอบครัวของน้องบีมประสบอุบัติเหตุถูกรถเทรลเลอร์ของบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชน เป็นเหตุให้น้องบีมพิการต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ บิดาเสียชีวิต และมารดาได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ จสุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2548 ต่อมาศาลจังหวัดไชยา อไชยา จสุราษฎร์ธานี พิพากษาให้ชนะคดีที่ฟ้องบริษัทดังกล่าว เรียกค่าเสียหายเกือบ 6 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ อดีตทนายความ ได้ฉ้อฉลนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปยื่นขอสละสิทธิ์การบังคับคดี แล้วแอบไปขอรับเงินจากบริษัทดังกล่าว หลังจากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าการขอสละสิทธิ์บังคับคดีไม่ชอบ ให้ออกหมายบังคับคดีเรียกเงินเกือบ 6 ล้านบาทต่อไป ขณะที่คดีอาญา ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้พิพากษาจำคุกนายพิสิษฐ์ฐานฉ้อโกง, เป็นบุคคลที่ได้รับการไว้วางใจกระทำผิดหน้าที่, ปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา เป็นเวลา 5 ปี 12 เดือน อีกทั้งสภาทนายความได้ลบชื่อออกจากสารบบ ห้ามเป็นทนายความ 5 ปี ส่วนนางพรปวีณ์กับ นสภัทรวดีนั้น เป็นผู้นำเอกสารปลอมไปหลอก นสพรทิพย์ ทำนองว่าเป็นตัวแทนของบริษัทคู่กรณีมาขอเจรจาว่า บริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่าย ขอลดหนี้จาก 6 ล้านบาท เหลือ 3 ล้านบาท ดีกว่าจะบังคับเอาอะไรไม่ได้เลย นางพรทิพย์หลงเชื่อ ฝ่ายจำเลยจึงจ่ายเงินให้ 28 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือทวงถามก็บ่ายเบี่ยง แล้วหนีหายไปในที่สุด จนถูกจับกุมได้และพิพากษาแล้ว เป็นอันปิดคดีน้องบีมที่ต่อสู้กันมา 13 ปี, กระแสของกลุ่มธุรกิจความงามยังคงมาแรง โดยหนึ่งในช่องทางที่เติบโตด้วยผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ต้องยอมรับว่าธุรกิจขายตรงมีส่วนสำคัญของการผลักดันเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าจากปัจจุบันธุรกิจขายตรงมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 71,000 ล้านบาท ในปี 2561 คาดการณ์กันว่าจะเติบโตราว 3% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 จากปัจจัยด้านความเอาใจใส่ของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องสุขภาพและความงาม ผู้บริโภคยินดีจะจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า นับว่าสอดคล้องกับตลาดขายตรงที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามที่มีนวัตกรรมและแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามคำแนะนำของเพื่อนมีมากขึ้นในยุคดิจิทัล เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดขายตรง แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเครือข่าย Money Game และแชร์ลูกโซ่ที่เน้นให้ผลตอบแทนจากแผนการลงทุนที่ผิดกฎหมาย ยังคงแฝงตัวอยู่ในอุตสาหกรรมขายตรงไทย นับเป็นปัญหาเรื้อรังและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน สุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล นายกสมาคมการขายตรงไทย ที่เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีวาระ 2 ปี (กรกฎาคม 2561- มิถุนายน 2563) ของการดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ กล่าวถึงแนวทางนับจากนี้ว่า จะยังคงสานต่อนโยบายเดิม ในการผลักดันการเติบโตต่อเนื่องให้กับอุตสาหกรรมการขายตรงไทย ควบคู่ไปกับสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมขายตรง ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในสายขายตรงให้รู้จักปรับตัว ก้าวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย 4C Plus ที่จะนำพาอุตสาหกรรมขายตรงไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องบนโลกดิจิทัล เพื่อก้าวทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับรายละเอียดของนโยบายดังกล่าวมีทั้งเรื่องของ Core Culture คือการส่งเสริมและปลูกฝังการมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการ และนักธุรกิจขายตรงที่ยึดมั่นในคุณธรรมและจรรยาบรรณ สร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภคและนักธุรกิจทุกภาคส่วน ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกและนักธุรกิจสังกัดบริษัทน้ำดี ที่ได้รับการการันตีจากสมาคมการขายตรงไทย รวมถึง Community Charity การเสริมสร้างภาพลักษณ์อุตสาหกรรมขายตรงไทย และการทำความดีตอบแทนสังคม ให้เป็นที่รู้จักของทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กิจกรรม Campus Training กับกลุ่มนักศึกษา และการทำกิจกรรมเพื่อการกุศลกับผู้ด้อยโอกาส และร่วมแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจขายตรง และสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์โดยรวมแก่ผู้บริโภค และสมาชิกของสมาคม ส่วนข้อต่อมาของนโยบายจะเป็นเรื่องของ Competitiveness Righteousness ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่บริษัทสมาชิก และนักธุรกิจขายตรงให้เข้าถึงเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่อย่างรวดเร็วบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เรียนรู้และให้ความสำคัญในการทำธุรกิจให้โดดเด่นทั้งในด้านออนไลน์และออฟไลน์ ใช้สื่อต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ Connection Development การเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง รวมถึงคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้บริโภค ตลอดจนการสร้างสายสัมพันธ์ ความสามัคคีของกลุ่มสมาชิกในสมาคม และการขยายฐานสมาชิกให้เพิ่มมากขึ้น เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนจรรยาบรรณขายตรงที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้สนใจได้ศึกษาก่อนการตัดสินใจ แน่นอนว่าธุรกิจขายตรงก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ต้องปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน แต่ผลกระทบต่อธุรกิจขายตรงนั้นก็มีทั้งด้านที่ดีและด้านที่ควรต้องปรับปรุง โดยการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็ว และครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่นั้น ทำให้มีการพัฒนารูปแบบการจัดประชุมและการจัดอบรมออนไลน์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย แต่อาจหลงลืมประโยชน์ที่เคยได้รับจากการทำตลาดแบบออฟไลน์ ซึ่งมีตัวกลางการสื่อสารเป็นนักธุรกิจ เน้นให้คุณประโยชน์ในด้านการสร้างสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับลูกค้า ซึ่งอาจนำมาซึ่งการทำให้สายสัมพันธ์ในการทำธุรกิจห่างเหินออกไป หรือเรียกกันว่า Hitech-Low Touch นั่นเอง ดูเหมือนว่าทางสมาคมเองก็จะมองเห็นความสำคัญเรื่องดังกล่าวไม่ใช่น้อย จึงมองว่าควรช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรม ค่านิยม และแนวคิด เพื่อให้นักธุรกิจหันมาให้ความสำคัญในการทำธุรกิจกับการทำตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ได้รับผลลัพธ์ในแบบ Hitech-Hi Touch และได้ทำธุรกิจแบบ Win-Win การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี จะให้ผลบวกกับธุรกิจขายตรงเป็นอย่างมาก หากผู้ประกอบการและนักธุรกิจสามารถนำมาใช้อย่างถูกต้อง รวมถึงนำนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าออกมาอย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจขายตรงดำรงอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่ฉาบฉวย เพียงแค่เพราะเทรนด์ที่เป็นไป คงต้องมารอดูกันต่อไปว่านโยบายจากคณะการทำงานชุดใหม่จะผลักดันให้ขายตรงของไทยเปลี่ยนแปลงในทิศทางไหนอย่างเป็นรูปธรรมได้บ้าง。 ม้าไม้。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ฝาก 10 รับ 100 ล่าสุด pg1️⃣LOOK618| slot joker ฝาก 201️⃣M98| 444 jokerxothhungry8881️⃣LOOK618| เกม สล็อต โร ม่า ทดลอง เล่น 1️⃣2021| live22 ท รู วอ เลท1️⃣M98| บา คารา 6661️⃣M98| สมาชิก gclub1️⃣LOOK618| ทาง เข้า wing16881️⃣M98| เติม บา คา ร่า1️⃣LOOK618| เวฟ คา บา ร่า1️⃣LOOK618| joker123 สล็อต 1️⃣2021| เล่น สล็อต ผ่าน มือ ถือ 1️⃣2021| joker123 ฝาก ถอน วอ เลท 1️⃣2021| super999slot1️⃣M98| เล่น เกม ค่าย pg1️⃣LOOK618| tigerii เครดิต ฟรี 2001️⃣LOOK618| เกม mafia881️⃣M98| โจ๊ก เกอร์ ฝาก ถอน ผ่าน วอ เลท 1️⃣2021| โหลด slotxo pc1️⃣M98| ฝาก 25 รับ 100 ทำ 2001️⃣M98| สมัคร slot1911️⃣M98| ufa19881️⃣M98| หา เว็บ คา สิ โน ออนไลน์ 1️⃣2021| mfgame3451️⃣M98| ชวน เพื่อน รับ เครดิต ฟรี เพื่อน ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| 69 slotxo 1️⃣2021| slotxo 90 1️⃣2021| ทาง เข้า เว็บ https imiwin88 com1️⃣LOOK618| mb2bet สุด ยอด 1️⃣2021| slot joker 999 1️⃣2021| joker เข้า เกม1️⃣M98| sohan69 joker 1️⃣2021| เกม ไพ่ ออนไลน์ 20201️⃣M98| เกม อะไร เล่น แล้ว ได้ เงิน จริง1️⃣LOOK618| line fin881️⃣M98| เว็บ คา สิ โน เครดิต ฟรี1️⃣M98| fun88 รีวิว1️⃣M98| 918kiss download game1️⃣M98| ฝาก 50 ฟรี 3001️⃣LOOK618| slotxo ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| 168vip ทดลอง เล่น1️⃣LOOK618| สมัคร เว็บ บา คา ร่า1️⃣LOOK618| ค่า สิ โน 8881️⃣M98| slotsiti1️⃣M98| เว็บ ตรง1️⃣M98| คา สิ โน ออนไลน์ gclub1️⃣LOOK618| sa casino 241️⃣M98| 918kiss รับ เครดิต ฟรี1️⃣M98| joker ทุน น้อย1️⃣M98| สล็อต ที่ แตก ง่าย ที่สุด 20211️⃣LOOK618| สมัคร king991️⃣M98| royal888 casino1️⃣M98| slot เครดิต ฟรี 501️⃣M98| joker ถอนเงิน1️⃣M98| 918 ฟรี 1001️⃣M98| เว็บ 123up1️⃣LOOK618| ดาว โหลด แอ ป slotxo1️⃣LOOK618| ufa บริการ1️⃣LOOK618| slot 777 vip1️⃣M98| สล็อต มาเฟีย ฟรี 1️⃣2021| เล่น สล็อต ค่าย ไหน ดี 1️⃣2021| lsm99 เครดิต1️⃣LOOK618| icon99 คา สิ โน1️⃣LOOK618| foxz24 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| สล็อต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน 1️⃣2021| ฝาก 50 ถอน ไม่ จํา กัด 1️⃣2021| ฝาก 15 รับ 100 วอ เลท1️⃣LOOK618| joker 2891️⃣M98| เว็บ ฝาก 1 บาท รับ 501️⃣LOOK618| ฝาก 19 รับ 1001️⃣M98| mafia slot 789 1️⃣2021| สล็อต 888 เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ถอน ได้ 1️⃣2021| โค๊ ด เครดิต ฟรี 333be ล่าสุด1️⃣LOOK618| สมัคร gclub ขั้น ต่ำ 1001️⃣M98| starbets88 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| my pg slot1️⃣LOOK618| สล็อต xo35 1️⃣2021| โปร ฝาก 20 รับ 100 วอ เลท1️⃣LOOK618| ts911 วอ เลท1️⃣M98| joker789th1️⃣M98| เว็บ ตรง 1️⃣2021| sand357 1️⃣2021| pg123 game1️⃣LOOK618| สล็อต มาเฟีย 678 1️⃣2021| สล็อต ชวน เพื่อน รับ 100 1️⃣2021| ฝาก วอ ล เล็ ต1️⃣M98| ปั่น สล็อต1️⃣LOOK618| vip slot game1️⃣LOOK618| slot auto 8881️⃣LOOK618| จี คลับ 15 ฟรี ส ปิ น 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ 771️⃣M98| เว็บ 123up1️⃣LOOK618| คา สิ โน ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣LOOK618| สมัคร 50 รับ 1501️⃣M98|